เล่นหุ้นสไตล์ Velue Investor (VI) เป็นการเล่นหุ้นในแบบของ ปู่วอเรน บัฟเฟต ครับซึ่งวอเรนเป็นลูกศิษย์ของ "เบนจามิน เกรแฮม" และตอนนี้วอเรนก็เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก หลักการคร่าวๆของเขาก็คือค้นหาหุ้นดีๆซื้อไว้และไม่ขาย ใช่! บัฟเฟตไม่ขายหุ้นครับหรือขายก็น้อยครั้งมากๆ...แล้วจะรวยได้อย่างไร ถ้าไม่ขาย??
ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นถึงพลังของการไม่ขายหุ้นนะครับ....
การลงทุนในหุ้นนั้นถ้าเราไม่ขายก็จะเป็นการออมแบบ"ทบต้น"ครับ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นระหว่างคนลงทุนในหุ้นกับคนทำธุรกิจจะได้เข้าใจง่าย
ผมมีเพื่อนอยู่คนนึงทำกิจการค้าไม้ สมมุติว่าเค้าใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 30 ล้านไม่รวมที่ดินและอาคาร รายได้จากการขาย 100000/วัน กำไรขั้นต้น 30% โดยตลอด 8 ปีไม่มีการขยายกิจการใดๆและมีอัตราการเติบโตต่อปีเพียงเล็กน้อย
ก็จะได้ กำไรเท่ากับ 30000 * 365 = 10.9 ล้าน/ปี
8 ปีจะมีำำกำไร = 87 ล้าน รวมทุนเริ่มต้น 30ล้าน = 117 ล้าน(แบบคร่าวๆน๊ะ)
ทีนี้ลองมาดูการลงทุนในหุ้นบ้างครับ
ผมขอยกตัวอย่างหุ้น BigC (ไม่ได้หมายความว่าดีที่สุดนะครับ)เมื่อ 8ปีที่แล้วราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 15 บาท และปัจจุบัน ปี 53 ราคาอยู่ทีประมาณ 75 บาท
ถ้าเราใช้เงินลงทุนในหุ้น 30 ล้านบาทเมื่อ 8ปีที่แล้ว จะได้ 30ล้าน/15 = 2 ล้านหุ้น
ณ ปัจจุบันจะมีมูลค่า = 2 ล้าน * 75 = 150 ล้านบาท
เห็นไหมครับว่าการลงทุนในหุ้นถ้าเราศึกษาอย่างจริงจังมันทำกำไรให้เราได้จริงๆและมีข้อได้เปรียบกว่าการดำเนินกิจการอีกอย่างก็คือเราสามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ง่ายกว่าการขยายกิจการเสียอีก
Blog นี้เป็นเพียงบันทึกการเดินทางในด้าน"การลงทุน" ของผม ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้เลยนะครับ ความจนกำลัง "ไล่ล่า" พวกเราอยู่.... การลงทุนคือ "อาวุธ" ที่เราต้องมี
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เกษียณด้วยประกันดีจริงหรือ?
เห็นหลายๆท่านวางแผนการเกษียณด้วยการฝากความหวังไว้กับการทำประกันชีวิตและ สุขภาพ ด้วยเหตุผลที่คล้ายๆกันว่า ผลตอบแทนดี ความเสี่ยงต่ำ ได้เงิน 300-400% มีเงินคืนให้เราด้วย ฯลฯ
จริงๆแล้วการทำประกันเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็๋นต้องทำไว้ครับเพื่อกระจายความเสี่ยงในการออม เพราะประักันมีความเสี่ยงไม่มากแต่ผลตอบแทนที่แท้จริงต่างจากการฝากประจำนิด หน่อย ถ้าอยากรู้ว่าผลตอบแทนที่แท้จริงในการทำประกันเป็นเท่าไหร่ให้ลองคำนวณดู ครับ
การคิืดกำไรแบบทบต้นมาจากสมการคือ
ผลตอบแทนในอนาคต = เงินต้นx ( 1+r)ยกกำลัง n
r คืออัตตรา ผลตอบแทนเป็นแบบร้อยละ เช่น 10% ต่อปี คือ 0.1
n คือจำนวนปี
สมมติแทนก้อนนี้ทั้งก้อน ด้วยตัวแปร B เขียนใหม่ เป็น
ผลตอบแทนในอนาคต = เงินต้นx B
ทีนี้เวลามีคนมาขายประกัน
เช่น จ่ายเท่านั้นเท่านี้ พอครบ กี่ปี ได้เงิน เท่านั้นเท่านี้ เราก็จะตาลุกวาวว่า โอ้โห มันเยอะแฮะ
เช่น กรมธรรม์สิบปี ครบกำหนด ได้ เงินคือทั้งหมด
ทั้งที่ทยอยจ่าย แต่รวมแล้วได้ ล้านนึง
ทีนี้ลองใส่สูตรแบบหยาบๆ
โดยที่เราตั้งเป้าว่า ขอดอกเบี้ยแค่ 4% ทบต้น(ให้ดีกว่าเงินฝาก) แล้วเราควรจ่าย ค่ากรมธรรเท่าไหร่ดี
เงินที่ควรจ่าย = 1 ล้าน หาร 1.04 ยกกำลัง 10
ก็จะได้ 675,564
ซึ่ง เวลา คนขายประกัน มันขายเรามันจะชอบพูดอีกแบบเช่น พี่พี่ได้คืนเป็น 100% เลยนะ ดีกว่าฝากเงินเยอะ ซึ่งผมคำนวณดูได้น้อยกว่าหรือเท่ากับฝากประจำนั่นแหละ
คงจะพอเห็นภาพรวมผลตอบแทนของการทำประกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราควรออมเงินกันอย่างมีแบบมีแผน โดยเราจะแบ่งการออมเป็นสัดส่วนซึ่งมากน้อยอย่างไรก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละ บุคคล แต่ที่เห็นส่วนมากสัดส่วนการออมในประกันจะประมาณ 10-30% ของการออมทั้งหมดครับ
จริงๆแล้วการทำประกันเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็๋นต้องทำไว้ครับเพื่อกระจายความเสี่ยงในการออม เพราะประักันมีความเสี่ยงไม่มากแต่ผลตอบแทนที่แท้จริงต่างจากการฝากประจำนิด หน่อย ถ้าอยากรู้ว่าผลตอบแทนที่แท้จริงในการทำประกันเป็นเท่าไหร่ให้ลองคำนวณดู ครับ
การคิืดกำไรแบบทบต้นมาจากสมการคือ
ผลตอบแทนในอนาคต = เงินต้นx ( 1+r)ยกกำลัง n
r คืออัตตรา ผลตอบแทนเป็นแบบร้อยละ เช่น 10% ต่อปี คือ 0.1
n คือจำนวนปี
สมมติแทนก้อนนี้ทั้งก้อน ด้วยตัวแปร B เขียนใหม่ เป็น
ผลตอบแทนในอนาคต = เงินต้นx B
ทีนี้เวลามีคนมาขายประกัน
เช่น จ่ายเท่านั้นเท่านี้ พอครบ กี่ปี ได้เงิน เท่านั้นเท่านี้ เราก็จะตาลุกวาวว่า โอ้โห มันเยอะแฮะ
เช่น กรมธรรม์สิบปี ครบกำหนด ได้ เงินคือทั้งหมด
ทั้งที่ทยอยจ่าย แต่รวมแล้วได้ ล้านนึง
ทีนี้ลองใส่สูตรแบบหยาบๆ
โดยที่เราตั้งเป้าว่า ขอดอกเบี้ยแค่ 4% ทบต้น(ให้ดีกว่าเงินฝาก) แล้วเราควรจ่าย ค่ากรมธรรเท่าไหร่ดี
เงินที่ควรจ่าย = 1 ล้าน หาร 1.04 ยกกำลัง 10
ก็จะได้ 675,564
ซึ่ง เวลา คนขายประกัน มันขายเรามันจะชอบพูดอีกแบบเช่น พี่พี่ได้คืนเป็น 100% เลยนะ ดีกว่าฝากเงินเยอะ ซึ่งผมคำนวณดูได้น้อยกว่าหรือเท่ากับฝากประจำนั่นแหละ
คงจะพอเห็นภาพรวมผลตอบแทนของการทำประกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราควรออมเงินกันอย่างมีแบบมีแผน โดยเราจะแบ่งการออมเป็นสัดส่วนซึ่งมากน้อยอย่างไรก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละ บุคคล แต่ที่เห็นส่วนมากสัดส่วนการออมในประกันจะประมาณ 10-30% ของการออมทั้งหมดครับ
การเกษียณ
เดี๋ยวนี้ก็มีการพูดถึงกันบ่อยๆ และหลายๆคนคงพอจะรู้และมีความเข้าใจกันอยู่บ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องมีการวางแผนที่ดี และเป็นอันดับแรกที่คนเราต้องให้ความสำคัญที่สุด ซึ่งหลายๆคนจะคิดว่าการเกษียณก็แค่การที่เราต้องแบ่งเงินไปเก็บไว้เพื่อเอา ไว้ใช้ตอนแก่ที่ไม่สามารถทำงานได้ จากนั้นก็เริ่มตัดรายได้มาเก็บไว้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพอใช้ไป 20-30 ปีข้างหน้าหลังเกษียณหรือเปล่า(ถ้าคนกินเงินเดือนทั่วไปเก็บได้ 5ล้านก็ยากแล้วครับ)
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีก็คือ "ความรู้เรื่องการลงทุน" ไม่ใช่แค่เก็บเงินนะครับจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการลงทุนด้วยจึงจะสามารถ อยู่รอดได้ในปลายชีวิต เพราะต่อให้มีเงินเท่าไหร่ถ้ามันไม่เพิ่มขึ้นใช้ไปมันก็ต้องหมด แต่ถ้าคุณหาความรู้ด้านการลงทุนไปเรื่อยจนเกษียณเมื่อคุณหยุดทำงานและมีความ รู้ในการลงทุนดีพอ "เงิน" จะทำงานให้คุณ..... ถ้าคุณมีความรู้สักเล็กน้อย ตอนนี้การจะหาผลตอบแทนที่ 7-10% ต่อปีไม่ใช่เรื่องยากเลย อยากให้ลองคิดดูถ้ามีเงิน 5 ล้านผลตอบแทน 10%ต่อปี เดือนนึงคุณก็จะมีรายได้ 40,000 กว่าๆไว้ใช้ทุกเดือนคุณจะอยู่ 80หรือ 100ปี ก็ไม่เป็นปัญหาครับ(คนมีตังไม่ต้องทำงานครับ)
แล้วตอนนี้คุณหาผลตอบแทนได้สูงสุดกี่เปอร์เซนต์ต่อปี.....ถ้า 7-10% ถือว่ามีความรู้อยู่บ้างครับ 25-30%อันนี้ก็เข้าขั้นเทพ แต่ถ้าต่ำกว่า 5%ต่อปี ผมว่ามาเริ่มเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องการลงทุนกันเถอะครับ
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีก็คือ "ความรู้เรื่องการลงทุน" ไม่ใช่แค่เก็บเงินนะครับจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการลงทุนด้วยจึงจะสามารถ อยู่รอดได้ในปลายชีวิต เพราะต่อให้มีเงินเท่าไหร่ถ้ามันไม่เพิ่มขึ้นใช้ไปมันก็ต้องหมด แต่ถ้าคุณหาความรู้ด้านการลงทุนไปเรื่อยจนเกษียณเมื่อคุณหยุดทำงานและมีความ รู้ในการลงทุนดีพอ "เงิน" จะทำงานให้คุณ..... ถ้าคุณมีความรู้สักเล็กน้อย ตอนนี้การจะหาผลตอบแทนที่ 7-10% ต่อปีไม่ใช่เรื่องยากเลย อยากให้ลองคิดดูถ้ามีเงิน 5 ล้านผลตอบแทน 10%ต่อปี เดือนนึงคุณก็จะมีรายได้ 40,000 กว่าๆไว้ใช้ทุกเดือนคุณจะอยู่ 80หรือ 100ปี ก็ไม่เป็นปัญหาครับ(คนมีตังไม่ต้องทำงานครับ)
แล้วตอนนี้คุณหาผลตอบแทนได้สูงสุดกี่เปอร์เซนต์ต่อปี.....ถ้า 7-10% ถือว่ามีความรู้อยู่บ้างครับ 25-30%อันนี้ก็เข้าขั้นเทพ แต่ถ้าต่ำกว่า 5%ต่อปี ผมว่ามาเริ่มเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องการลงทุนกันเถอะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)